Posts

ตำนานหลอนมหา’ลัยมหิดล ศาลายา

Image
เรื่องเล่า ตำนานหลอน ในมหา’ลัยมหิดล ศาลายา

1. ที่มาของคำว่า “ศาลายา”

ซึ่งคนแถวนี้เชื่อกันว่าชื่อ “ศาลายา” มาจากในสมัยก่อนพื้นที่บริเวณนี้เกิดโรคระบาด หรือโรคห่าที่ระบาดไปทั้งในเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้คนมากมายนอนตายทับถมเป็นกองสูง ศพที่ไม่ได้นำไปเผาก็ถูกทิ้ง ให้แร้งจิกกินเป็นที่น่าสังเวช เช่นเดียวกับประตูผีที่ วัดสระเกศ บริเวณภูเขาทองในปัจจุบัน ทางการจึงตั้งศาลาแห่งหนึ่ง ไว้เพื่อส่งมอบยาแก่ชาวบ้าน ต่อมาจึงเรียกพื้นที่ดังกล่าวว่า “ศาลายา”

2. เพลงรักน้อง “เจ้านกน้อย ล่องลอยโผบิน จากแผ่นดินทะเลสีคราม…”

นั่นคือ เนื้อเพลงรักน้อง หรือเจ้านกน้อยอย่างที่ใครหลายๆ คนพูดจนชินปาก เพลงอาถรรพ์ของชาวศาลายา มีเรื่องเล่ากันว่า นักศึกษาพยาบาลคนหนึ่งถูกผู้เป็นพ่อ-แม่บังคับให้เรียนในสายที่ไม่เต็มใจ ด้วยความเสียใจและเขาไม่คิดว่ามีใครเข้าใจความรู้สึกเขาเลย นักศึกษาพยาบาลคนนั้นจึงปีนขึ้นไปบนดาดฟ้าของหอพัก และเขียนข้อความสั้นๆ ไว้ หลังจากนั้น จึงทิ้งร่างลงมาสู่พื้นด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ เพลงรักน้อง จึงเป็นเครื่องหมายที่บ่งบอกความระลึกถึงนักศึกษา พยาบาลคนนั้น ชาวศาลายาจะถือกันว่า เพลงนี้ห้ามร้องในเวลากลางคืน และถ้าใครคนใด…

ANNABELLE DOLL ตุ๊กตาผีอนาเบลล์อันเลื่องลือ

Image
ในเมือง “มอลโรลล์” (Monroe) รัฐคอนเน็คติกัล (Connecticut) มีพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งชื่อ “วอเรน ออคคอล มิวเซียม” (Warren occult museum) ซึ่งเป็นสถานที่เก็บสิ่งของที่ต้องอาถรรพ์และสยองขวัญมากมายรวมอยู่ในที่แห่งนี้ แต่มีสิ่งเดียวที่ทรงพลังในการฆ่าที่สุดเห็นจะไม่พ้น “ตุ๊กตาผีอนาเบลล์”

ในปี ค.ศ.1970 หญิงสาวนามว่า “ดอนน่า” ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นกับเพื่อนที่ชื่อว่า “แอนจี้” ได้รับตุ๊กตาในวันครบรอบคล้ายวันเกิดปีที่ยี่สิบแปด เธอตั้งชื่อมันว่า “อนาเบลล์” ซึ่งมันจะถูกวางไว้บนเตียงอยู่ตลอดเวลา แต่กระนั้นหลายวันที่ดอนน่าสังเกตการณ์เห็นสิ่งผิดปกติเมื่อตุ๊กตาเปลี่ยนท่าทางในการนอนไปจากเดิม ทั้งมีการไขว้ขาหรือตะแคงนอน แต่จะเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเรื่องขนลุกต่อมา เมื่อเธอพบข้อความต่างๆ เขียนด้วยลายมือว่า “ช่วยด้วย” หรือ “ช่วยพวกเราด้วย” ต่อมาเมื่อมีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้น เธอจึงเรียกให้คนทรงมาตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ ซึ่งคำตอบที่เธอได้รับก็คือ มีผู้หญิงคนหนึ่งถูกฆ่าตายในห้องนี้และวิญญาณเธอก็ได้สิงเข้าไปยังตุ๊กตาตัวนี้แล้ว ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพวกเธอจึงพยายามปฏิบัติเอาใจตุ๊กตาตัวนี้อย่างดีเรื่อยมา

แต่ไม่ใช่ทุกค…

ตำนานเรื่องเล่าผีนับจาน หรือ ซารายาชิกิ หรือ โอคิคุ

Image
เป็นเรื่องเล่าของวิญญาณที่จะออกมาจากบ่อเก็บน้ำ และเริ่มนับจานตั้งแต่ 1 ใบจนถึง 9 ใบ แล้วจะร้องไห้อย่างหัวใจสลาย ซึ่งที่มาก่อนที่โอคิคุจะกลายเป็นผีนั้นมีหลายเรื่องเล่า บางเรื่องกล่าวว่าโอคิคุทำจานของเจ้านายแตก เจ้านายโมโหมากจึงฆ่าโอคิคุทิ้งแล้วเอาศพทิ้งลงบ่อน้ำ

เรื่องเล่าที่มีชื่อเสียงของโอคิคุมีที่มาจาก เธอเป็นสาวใช้ของอาโอยาม่า ผู้ที่หวังจะโค่นล้มอำนาจของเจ้าเมือง โอคิคุบังเอิญไปได้ยินแผนการเข้า เธอจึงไปเล่าให้คนรักของเธอฟัง ซึ่งคนรักของเธอเป็นทหารเจ้าเมือง แผนการของอาโอยาม่าจึงถูกเปิดโปงและล้มเหลวในที่สุด เมื่ออาโอยาม่ารู้ว่าโอคิคุเป็นคนแอบได้ยินเรื่องแผนการ เป็นต้นเหตุทีทำให้แผนล้มเหลว อาโอยาม่าจึงวางแผนจะสังหารเธอซะ อาโอยาม่าจึงใส่ความโอคิคุว่า เธอขโมยจานที่ล้ำค่าไป 1 ใบซึ่งในชุดจานนั้นจะมี 10 ใบด้วยกัน โอคิคุถูกทรมานจนตาย และถูกทิ้งศพลงบ่อน้ำ

บ่อน้ำของโอคิคุสันนิษฐานว่าอยู่ที่ปราสาทฮิเมจิ แต่ก็มีที่อ้างถึงอีกแห่ง คือ บ่อน้ำของสวนในสถานทูตประเทศแคนาดาที่โตเกียว ซึ่งเดิมทีเป็นที่ดินของตระกูลอาโอยาม่า

เสียงลึกลับ (Unexplained Sound, Taos Hum)

Image
เรื่องราวก็มีอยู่ว่าในปี ค.ศ.1977 ประชาชนของอเมริกาเกิดได้ยินเสียงประหลาดขึ้นมา ซึ่งลักษณะของเสียงจะคล้ายกับเสียงเหมือนผึ้งบินหรือแมลงที่กำลังบินอยู่ หึ่ง หึ่ง หึ่ง อะไรประมาณนี้ซึ่งว่ากันว่าถ้าไม่ใช่สถานที่ที่เงียบสงบแล้วก็จะไม่ได้ยินเสียงนี้ 

โดยเจ้าเสียงที่ว่านี้ดังติดต่อกันตลอดเวลาแต่บางทีก็เว้นจังหวะเป็นระยะแบบ สม่ำเสมอกัน เสียงปริศนานี้เกิดขึ้นอยู่นานครับ โดยที่ยังหาต้นตอของเสียงไม่เจอแต่อย่างใด กระทั่งได้มีการสำรวจและวัดคลื่นความถี่ของเสียงปริศนาออกมาเรียบร้อย ก็ราว 30-80 Hz โดยประมาณครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้ยินเสียงนี้ คนที่ไม่ได้ยินก็มี ที่ได้ยินก็เยอะ แต่ก็หาสาเหตุไม่พบว่าเสียงปริศนานี้เกิดจากอะไร ในช่วงเวลาขณะนั้น คนที่ได้ยินเสียงนี้ต่างก็เสียสุขภาพจิตไปตามๆ กันครับ จะนอนก็ไม่หลับ อ่านหนังสือก็ไม่รู้เรื่อง เพราะทั้งสองหูได้ยินเสียงที่ว่านี้รบกวนอยู่เกือบตลอดเวลา โดนเจ้าเสียงประหลาดนี้เล่นงานเอาแทบเกือบแย่ไปตามกัน 

จนได้มีการตั้งทีมงานเฉพาะขึ้นมาเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุนี้เหมือนกันครับ แต่ก็คว้าน้ำเหลว เพราะหาข้อสรุปและคำอธิบายไม่ได้ว่าต้นตอของเสียงปริศนานี้นั้น…

รถมรณะดูดวิญญาน

Image
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 1914 อาร์คดยุคเฟอร์ดินานด์ เจ้าชายแห่งออสเตรียเจ้าของรถคันแรกถูกยิงจนสิ้นพระชนม์พร้อมพระชายา เป็นชนวนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้ว่าการรัฐยูโกสลาเวียประสบอุบัติเหตุจนเสียแขนขวาจากการเป็นเจ้าของรถมรณะต่อจากเจ้าชาย

นายแพทย์คนสนิทผู้ว่า เสียชีวิตอนาถจากอุบัติเหตุจนโดนเจ้ารถคนนี้ทับบี้อยู่ใต้ท้องรถ นักแข่งชาวสิสผู้ครอบครองคนต่อมาใช้รถมรณะเป็นรถแข่งคู่ใจ ก็สิ้นชีพดับสยองคาสนามจากอุบัติเหตุในสนาม
ถูกนำไปโชว์ในพิพิธพันฑ์แห่งชาติเกี่ยวกับความลี้ลับและน่ากลัวของรถคันนี้ ก่อนโดนถล่มด้วยระเบิดจากสรงครามโลกครั้งที่ 2 และไม่มีใครพบเห็นมันอีกเลย

อาชีพสุดแปลกในญี่ปุ่น รับจ้างพักในห้องเช่าที่มีผี

Image
อาชีพนี้ในญี่ปุ่นเริ่มที่จะฮอตฮิตขึ้นมาเพราะห้องพักที่ผู้รับจ้างต้องไปอยู่เป็นห้องที่เกิดคดีฆาตกรรมหรือมีคนฆ่าตัวตาย หลังตำรวจชันสูตรศพและเก็บกวาดทุกอย่างเรียบร้อย ทำความสะอาดห้องนั้นเป็นอย่างดีแล้ว ผู้รับจ้างต้องไปพักในห้องนั้นเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้จ๊ะเอ๋อะไรน่ากลัว

เจ้าของแมนชั่นหรือบริษัทนายหน้าให้เช่าบ้านจะได้เอาห้องนี้ไปปล่อยให้เช่าได้อย่างสบายใจ เนื่องจากห้องเช่าที่มีปัญหาเจ้าของเก่าตายไป ไม่ว่าจะตายปกติหรือมีอุบัติเหตุ ฆาตกรรมก็แล้วแต่ มักจะปล่อยต่อไม่ได้เพราะคนจะกลัววิญญาณ เพื่อยืนยันว่าห้องนี้ไม่เฮี้ยนและอยู่ได้ เพื่อให้เจ้าของได้พิสูจน์และสามารถปล่อยเช่าได้นั่นเอง ส่วนเรื่องรายได้ก็ล้วนแล้วแต่จะตกลงกันเองตามเหตุการณ์ความรุนแรงของห้องนั้นๆ

แต่ถ้าเจอเจ้าของห้องคนเก่ามาเยี่ยมเยือน … อันนี้เขาเรียกค่าเสียหาย ค่าทำขวัญกันอย่างไร ไม่ทราบเหมือนกัน

คดี Toi Mutsuo ฆ่าเหยื่อเสียชีวิต 30 ราย และบาดเจ็บ 3 คน

Image
โทอิ มุทสึโอะ เด็กหนุ่มอายุ 21 ปีที่ทั้งชีวิตถูกกดดันอย่างหนักและได้รับทุกข์ทรมานจากวัณโรคที่รักษาไม่หาย เขาอาศัยในหมู่บ้านไคโอะ หมู่บ้านขนาดเล็กในหุบเขา ซึ่งส่วนหนึ่งของเมืองสึยามะในจังหวัดโอคายามะ พ่อแม่ตายตั้งแต่เด็ก ยายรับเลี้ยงดูแต่เกิดภาวะซึมเศร้าและถูกหญิงในหมู่บ้านปฏิเสธที่จะคบเป็นแฟนเพราะเขาเป็นวัณโรค

จนทำให้ความถึงขีดสุดจนก่อเหตุสังหารหมู่ขึ้น โดยในบันทึกฆ่าตัวตายของเขาบอกเป็นนัยว่าที่เขาทำเรื่องดังกล่าวเพราะความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธจากเพื่อนหญิงของเขา

ในชั่วโมงแรกของวันที่ 21 พฤษภาคม 1938 มุทสึโอะขึ้นไปในห้องใต้หลังคาแล้วเปลี่ยนชุดเตรียมออกรบ เขาใส่เสื้อคอตั้งของทหาร พันสายคาดกับหน้าแข้งทั้งสองข้าง บนหัวพันกระบอกไฟฉายขนาดเล็กสองอันไว้ราวกับเขาของปีศาจ แล้วแขวนไฟหน้าของจักรยานไว้กับตัว ที่เอวเสียบดาบญี่ปุ่นกับมีดจีนอีกสองเล่ม ในมือถือปืนบราวนิ่งขนาดยิงติดต่อกันเก้านัด เขายัดกระสุนลงในกระเป๋ากว่า 100 นัด สะพายย่ามซึ่งบรรจุดินปืนกับปลอกกระสุน และวางพินัยกรรมของตนทิ้งไว้แล้วก็พร้อมที่จะเปิดฉากการล้างแค้น

เริ่มจากใช้ขวานฆ่ายายของเขาด้วยการตัดหัวจนขาดกระเด็น จากนั้นเข…